NOVEL READER
อย่าบอกพวกเขาว่านายมองเห็นแล้ว

Don't Tell Them You Can See

บทที่ 2 — คนที่เรียกตัวเองว่าแม่

สิ่งแรกที่ผมเห็นคือชามโจ๊ก

ชามกระเบื้องสีขาวมีลายดอกไม้สีฟ้าใบเดิมที่แม่ชอบใช้ โจ๊กฟักทองข้นจนแทบไม่เห็นเมล็ดข้าว มีไอร้อนลอยขึ้นจากผิวหน้า ผมได้กลิ่นขิงอ่อน ๆ และต้นหอมซอย กลิ่นนั้นคุ้นเคยจนความตึงเครียดในอกคลายลงไปชั่วขณะ

ก่อนผมจะเงยหน้าขึ้น

ผู้หญิงที่ยืนถือถาดอยู่ตรงประตูไม่ใช่แม่

ผมรู้ในทันที และยิ่งมองก็ยิ่งแน่ใจ

แม่ผมมีใบหน้ากลม รอยย่นเล็ก ๆ ตรงหางตา และไฝจาง ๆ ใกล้คางซ้าย เวลายิ้ม แก้มข้างหนึ่งจะยกสูงกว่าอีกข้างนิดหน่อย ผมจำภาพเหล่านั้นได้แม้ไม่ได้เห็นเธอมาสามเดือน

ผู้หญิงตรงหน้ามีใบหน้ายาวกว่ามาก โหนกแก้มสูงจนเกิดเงาลึกข้างจมูก ผิวขาวซีดและเรียบเกินไป ริมฝีปากทาสีแดงเข้ม เส้นขอบปากคมกริบราวกับวาดทับไว้หลายชั้น

แต่สิ่งที่ทำให้ผมหยุดหายใจไม่ใช่ปาก

เป็นดวงตา

ตาขาวของเธอกว้างผิดสัดส่วน ตาดำเล็กจนผมต้องเพ่งจึงเห็นว่ามันกำลังมองตรงมาที่ไหน พอเธอกะพริบตา เปลือกตาทั้งสองข้างก็ปิดช้า ๆ อย่างพร้อมเพรียง ก่อนลืมขึ้นอีกครั้ง

เธอยิ้ม

“เป็นอะไรไปจ๊ะลูก”

เสียงแม่ของผมชัดเจนจนหัวใจแทบหยุดเต้น

ทั้งน้ำเสียง ลมหายใจช่วงท้ายประโยค แม้แต่สำเนียงบางคำก็เหมือนกันทั้งหมด

ผมมองปากของเธอขยับ แล้วความรู้สึกเย็นจัดก็ไหลจากท้ายทอยลงไปถึงหลัง

“เสี่ยวหลิน” เธอเรียกอีก “ทำไมยืนนิ่งแบบนั้น”

ผมอยากถามว่า คุณเป็นใคร

อยากผลักถาดในมือเธอออกแล้ววิ่งลงไปตามหาพ่อแม่จริง ๆ

แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะพูด มือข้างหนึ่งก็แตะกระเป๋ากางเกงโดยไม่รู้ตัว กระดาษทิชชู่เสียดสีกับต้นขาเบา ๆ

อย่าบอกพวกเขานะว่านายมองเห็นแล้ว

ผมบังคับให้สายตาเลื่อนผ่านใบหน้าเธอไป มองจุดที่น่าจะเป็นผนังด้านหลัง แล้วค่อย ๆ ยื่นมือไปคลำขอบประตู

“เปล่าครับแม่” ผมได้ยินเสียงตัวเองแหบผิดปกติ “เพิ่งตื่น ยังมึน ๆ อยู่”

รอยยิ้มของเธอเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง

ผมไม่แน่ใจว่าเธอสังเกตเห็นอะไรหรือเปล่า

“งั้นไปนั่งก่อน แม่เอาโจ๊กเข้ามาให้”

เธอเดินผ่านตัวผมเข้าไปในห้อง

กลิ่นของเธอเหมือนแม่ เป็นกลิ่นสบู่อ่อน ๆ ปนกับกลิ่นแป้งที่ผมเคยจำได้จากเวลาซบไหล่แม่ตอนเด็ก แต่ใต้กลิ่นคุ้นเคยนั้นมีอะไรบางอย่างคล้ายเสื้อผ้าที่ถูกเก็บไว้ในตู้ชื้น ๆ นานเกินไป

ผมยืนค้างหน้าประตู

“เสี่ยวหลิน” เธอเรียกจากด้านหลัง “เตียงอยู่ทางนี้จ้ะ”

ผมสะดุ้ง ก่อนค่อย ๆ หันตามเสียงแล้วใช้ปลายเท้ากวาดพื้น ทำเหมือนคนกำลังหาทางเดิน

ผมนั่งลงบนขอบเตียง

ผู้หญิงคนนั้นวางถาดบนโต๊ะข้างเตียงอย่างแม่นยำโดยไม่ต้องมองหาอะไรเลย ถ้าเธอเป็นคนแปลกหน้า ทำไมถึงรู้ว่าถาดควรวางตรงไหน

“แม่จะป้อนให้ไหม”

“ไม่เป็นไรครับ ผมกินเองได้”

“โจ๊กยังร้อนนะ”

“เดี๋ยวผมรอให้เย็นก่อนก็ได้ครับ”

เธอยืนนิ่ง

ผมรู้เพราะมองเห็นเงาของเธออยู่บนพื้น ไม่ได้ยินเสียงผ้าหรือฝีเท้าขยับแม้แต่นิดเดียว

“ลูกไม่สบายหรือเปล่า”

ผมส่ายหน้า

“แต่เหงื่อออกเยอะเลย”

ผมเพิ่งรู้ว่ามีเหงื่อไหลลงมาตามขมับจริง ๆ

เธอขยับเข้ามาใกล้

ผมบอกตัวเองให้มองตรง อย่าหันหนีตามการเคลื่อนไหวของเธอ แต่เมื่อมือของเธอยกขึ้นแตะหน้าผาก ผมเกือบผงะ

นิ้วมือเย็นเฉียบ

ไม่ใช่ความเย็นของคนเพิ่งล้างมือ แต่เป็นความเย็นที่ทำให้ผิวผมชาขึ้นมาทันที

“ไม่มีไข้นี่” เธอพึมพำ

ปลายนิ้วค่อย ๆ เลื่อนจากหน้าผากลงมาตามข้างแก้ม

ผมกำลังจะขยับหนี แต่เธอหยุดนิ้วตรงใต้ตาของผม

“เสี่ยวหลิน”

“ครับ”

“วันนี้ลูกดูแปลก ๆ”

ผมรู้สึกถึงเล็บของเธอแตะผิวบาง ๆ ใต้เปลือกตา

“ปกติเวลาแม่ยื่นมือเข้ามาใกล้หน้า ลูกไม่ค่อยสะดุ้งแล้วนี่”

ผมหยุดหายใจ

เธอหัวเราะเบา ๆ แบบที่แม่ชอบหัวเราะเวลาล้อผม

“แม่ล้อเล่น ดูทำหน้าเข้าสิ”

ถ้าเธอไม่ใช่แม่ ทำไมถึงรู้เรื่องเล็กน้อยขนาดนั้น

และถ้าเธอคือแม่จริง ๆ ทำไมผมถึงไม่รู้จักใบหน้าของเธอ

“แม่ครับ” ผมถามอย่างระมัดระวัง “เมื่อคืนแม่ได้นอนบ้างไหม”

“นอนสิ ทำไมถามแบบนั้น”

“เสียงแม่ฟังเหนื่อย ๆ”

เธอเงียบไปสักพัก

ผมเห็นมุมปากที่ยกค้างอยู่ค่อย ๆ คลายลง เหมือนเธอเพิ่งนึกได้ว่าควรแสดงสีหน้าอื่นบ้าง

“แม่ก็เป็นห่วงลูกไง” เธอตอบในที่สุด “กลัวลูกคิดมากเรื่องตา”

เธอดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมเข่าผม เป็นท่าทางคุ้นเคยเสียจนผมเจ็บแน่นหน้าอก

“แม่อยู่ตรงนี้นะ”

ประโยคธรรมดาที่แม่เคยพูดหลายครั้ง กลับทำให้ผมอยากร้องไห้

เพราะผมอยากเชื่อเธอ

อยากเชื่ออย่างที่สุด

“ผมง่วงครับแม่” ผมรีบพูด “ขอนอนอีกหน่อยนะ”

เธอมองผมอยู่นาน

นานจนผมเริ่มไม่แน่ใจว่าควรทำตาเลื่อนลอยแบบคนตาบอดต่อไป หรือหลับตาเสียเลย

“ก็ได้จ้ะ”

เธอหยิบช้อนจัดวางไว้ข้างชาม เสียงกระเบื้องกระทบกันเบามาก

“อย่าปล่อยให้โจ๊กเย็นจนหมดอร่อยนะ”

ผมพยักหน้า

เสียงฝีเท้าของเธอเดินไปที่ประตู แล้วหยุด

“เสี่ยวหลิน”

ผมหันหน้าไปตามเสียงช้ากว่าปกติเล็กน้อย

“ครับ”

“ถ้าวันไหนลูกกลับมามองเห็นแล้ว...”

หัวใจผมกระตุก

“ต้องบอกแม่เป็นคนแรกนะ”

เธอพูดเหมือนขอของขวัญวันเกิด

ผมพยายามทำให้เสียงตัวเองเป็นธรรมชาติที่สุด

“แน่นอนครับ”

ประตูปิดลง

ผมไม่ได้ขยับทันที

ผมนับหนึ่งถึงสิบในใจเหมือนที่ทำเวลาพยายามสงบสติอารมณ์ตอนนอนไม่หลับ แล้วนับต่อไปถึงยี่สิบ

เมื่อแน่ใจว่าเสียงฝีเท้าหายไปแล้ว ผมจึงเอามือปิดปากตัวเอง

ผมไม่รู้ว่าเมื่อครู่รอดอะไรมา

แต่ความรู้สึกเหมือนยืนอยู่ริมหน้าผายังค้างอยู่ในอก

บนโต๊ะ ชามโจ๊กส่งกลิ่นหอมเหมือนอาหารที่แม่ทำทุกครั้ง

ผมมองมันอยู่นาน

ผมเคยคิดว่าเมื่อกลับมามองเห็น สิ่งแรกที่อยากทำคือมองหน้าพ่อแม่แล้วบอกว่าผมรักพวกท่าน

ตอนนี้ผมได้แต่ภาวนาว่าคนที่ผมเพิ่งพบจะไม่กลับเข้ามาอีก

เลือกตอนที่ต้องการอ่าน

ทั้งหมด 19 ตอน

ตอนที่ 1บทที่ 1 — แสงที่กลับมาตอนที่ 2บทที่ 2 — คนที่เรียกตัวเองว่าแม่ตอนที่ 3บทที่ 3 — เสียงของพ่อตอนที่ 4บทที่ 4 — หลังประตูบานนั้นตอนที่ 5บทที่ 5 — สายจากปลายทางตอนที่ 6บทที่ 6 — เงียบเกินไปตอนที่ 7บทที่ 7 — บ้านอีกหลังตอนที่ 8บทที่ 8 — ระยะห่างของหนึ่งก้าวตอนที่ 9บทที่ 9 — โต๊ะอาหารตอนที่ 10บทที่ 10 — กลิ่นจากห้องครัวตอนที่ 11บทที่ 11 — เรื่องเล่าเก่า ๆตอนที่ 12บทที่ 12 — รอยหมึกตอนที่ 13บทที่ 13 — เวลาใกล้เข้ามาตอนที่ 14บทที่ 14 — คนที่รออยู่ตอนที่ 15บทที่ 15 — ใต้เตียงตอนที่ 16บทที่ 16 — มือที่ยื่นมาตอนที่ 17บทที่ 17 — ใบหน้าเดิมตอนที่ 18บทที่ 18 — อีกฟากของประตูตอนที่ 19บทที่ 19 — อาหารที่ยังอุ่นอยู่