บทที่ 5 — สายจากปลายทาง
“ฉันมีเรื่องจะเล่า” ผมพูด
“ว่ามา”
“ก่อนอื่น แกต้องสัญญาว่าจะไม่หัวเราะ”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
“โอเค” โจฮวนตอบ “แต่ถ้าแกเล่าว่าแอบไปสมัครประกวดร้องเพลง ฉันขอสงวนสิทธิ์”
ผมควรหัวเราะกับมุกนั้น สมัยมหาวิทยาลัยเราเคยพนันกันว่าคนแพ้จะต้องขึ้นเวทีร้องเพลงต่อหน้าทั้งคณะ โจฮวนแพ้ และหลังจากนั้นสองปีเขาก็ยังโทษผมอยู่
แต่ผมหัวเราะไม่ออก
“ตาฉันกลับมามองเห็นแล้ว”
เสียงเก้าอี้เลื่อนดังลั่นจากอีกฝั่ง
“อะไรนะ”
“ฉันมองเห็นแล้ว”
“เดี๋ยว ๆ เมื่อไร เมื่อเช้าเหรอ แล้วหมอว่าไง แกได้โทรหาหมอหรือยัง”
คำถามไหลมาเป็นชุดด้วยน้ำเสียงที่ผมคุ้นเคย โจฮวนเป็นอย่างนี้เสมอ เวลาตื่นเต้นเขาจะพูดเร็วจนไม่รอฟังคำตอบ
“ฉันยังไม่ได้บอกใคร”
“บ้าแล้ว เรื่องใหญ่ขนาดนี้แกยังไม่บอกลุงกับป้าอีกเหรอ”
ผมกลืนน้ำลาย
“นั่นแหละปัญหา”
ผมเล่าเรื่องกระดาษทิชชู่ ผู้หญิงที่ถือโจ๊ก ชายที่อ่านหนังสือพิมพ์ และใบหน้าที่ไม่มีส่วนไหนเหมือนพ่อแม่ของผม
ระหว่างเล่า ผมพยายามตัดคำว่า ตัวปลอม ออกไป ผมพูดเพียงสิ่งที่เห็น สิ่งที่ได้ยิน และสิ่งที่รู้สึก เพราะกลัวว่าถ้าตัวเองใช้คำแรงเกินไป โจฮวนจะคิดว่าผมเสียสติ
เขาไม่ขัดแม้แต่ครั้งเดียว
หลังผมเล่าจบ ปลายสายเงียบจนได้ยินเสียงแอร์ในห้องของเขา
“แกแน่ใจว่าไม่ใช่เพราะตามองเห็นกลับมาแล้วภาพมันผิดเพี้ยนใช่ไหม” เขาถามในที่สุด
“ฉันก็ถามตัวเองอยู่”
“พวกเขาพูดเหมือนลุงกับป้า”
“ทุกคำ”
“จำเรื่องเก่า ๆ ได้ไหม”
“ยังไม่ได้ลองถาม”
“แล้ว...” เขาหยุด “พวกเขาทำร้ายแกหรือเปล่า”
“ยัง”
คำตอบนั้นสั้นจนผมรู้สึกหนาวขึ้นมาเอง
โจฮวนสูดลมหายใจยาว
“ฟังนะ ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อย่าเพิ่งไปกล่าวหาหรือเผชิญหน้ากับใคร ถ้าแกกลัวมากก็อยู่ในห้อง ล็อกประตูไว้ ฉันจะไปหา”
“ใช้เวลาตั้งชั่วโมงนะ”
“ฉันรู้ทาง”
ผมนึกถึงคืนที่เขาขับรถมาถึงเกือบเที่ยงคืน แม่ออกไปเปิดรั้วและบ่นว่าเพื่อนผมมาเวลาคนจะนอน โจฮวนกลับหัวเราะแล้วบอกว่าอาหารที่ซื้อมาเย็นหมดก็โทษคุณน้าได้เลย
วันนั้นผมได้ยินเสียงแม่เขกหัวเขาเบา ๆ
ความทรงจำธรรมดา ๆ กลับทำให้ผมแน่นหน้าอก
“โจฮวน” ผมเรียก
“ว่า”
“คืนนั้น...แกเห็นหน้าพ่อกับแม่ฉันใช่ไหม”
“แน่นอนสิ”
“แล้วหน้าพวกเขาเป็นยังไง”
เขาเงียบ
“ก็เป็นหน้าลุงกับป้า”
“ฉันถามจริง ๆ”
“ฉันก็ตอบจริง ๆ” น้ำเสียงของเขาอ่อนลง “เสี่ยวหลิน ฉันจะไปถึงแล้วค่อยคุยเรื่องนี้กัน ไม่ต้องฝืนคิดทุกอย่างตอนนี้”
ผมเกือบถามอีกว่าทำไมเขาไม่ยอมอธิบายใบหน้าให้ฟัง แต่ก็นึกได้ว่าผมเองยังไม่รู้ว่าจะอธิบายหน้าของพ่อแม่ตัวจริงให้ใครฟังอย่างไรโดยไม่ใช้ความทรงจำของตัวเองเป็นเกณฑ์
“เปิดโทรศัพท์ไว้ได้ไหม” ผมถาม
“ได้ แต่ฉันต้องขับรถ”
“ไม่ต้องคุยก็ได้ ขอแค่...”
ผมหยุด
“ขอแค่ฉันรู้ว่าแกอยู่”
โจฮวนเงียบไปอึดใจ
“ได้” เขาตอบ “ฉันอยู่”
เราไม่ได้คุยกันอีกพักใหญ่ เขาเก็บของ ปิดคอมพิวเตอร์ เดินผ่านสถานที่ที่มีเสียงคนอื่นทัก ผมได้ยินเสียงประตูรถเปิดแล้วปิด และเสียงเครื่องยนต์ติดขึ้น
โลกนอกห้องยังดำเนินไปตามปกติ
ผมมองชามโจ๊กที่เย็นแล้วบนโต๊ะ
ช้อนถูกวางไว้ด้านขวาของชามอย่างที่แม่ทำเสมอ ผ้ารองถาดพับมุมเข้าด้านในนิดหนึ่งเพื่อไม่ให้ปลายผ้าเกี่ยวมือผมเวลาเอื้อมหา
ใครบางคนจำรายละเอียดเล็ก ๆ ของผมได้ทุกอย่าง
แต่ผมกลับไม่รู้ว่าคนนั้นเป็นใคร
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
สามครั้ง
ผมผงะ มือที่ถือโทรศัพท์กระตุกจนเครื่องเกือบหลุด
“เสี่ยวหลิน”
คราวนี้เป็นเสียงพ่อ
“ได้เวลากินยาแล้วลูก”