NOVEL READER
อย่าบอกพวกเขาว่านายมองเห็นแล้ว

Don't Tell Them You Can See

บทที่ 13 — เวลาใกล้เข้ามา

“เสี่ยวหลิน”

เสียงพ่อดังจากหน้าห้องอีกครั้ง

ผมนอนนิ่งอยู่ใต้เตียง มือกำโทรศัพท์แน่นจนขอบเครื่องกดเจ็บฝ่ามือ รอยหมึกเหนือหัวกำลังบอกให้ฆ่าคนสองคนที่อยู่ในบ้านก่อนสองทุ่ม ขณะที่เสียงของคนหนึ่งในนั้นกลับฟังเหมือนพ่อที่กำลังเป็นห่วงลูกจริง ๆ

“ถ้าลูกเหนื่อย พ่อไม่กวนก็ได้”

มีเสียงบางอย่างวางลงบนพื้นหน้าห้อง

“พ่อเอาน้ำมาให้ วางไว้ตรงนี้นะ”

ผมไม่กล้าขยับ

“ไม่ต้องเปิดตอนนี้ก็ได้”

เสียงฝีเท้าถอยออกไปสองสามก้าว แต่ไม่เดินห่างเสียที

“เสี่ยวหลิน” พ่อเรียกเป็นครั้งสุดท้าย “พ่ออยู่ข้างล่าง ถ้าต้องการอะไรเรียกได้เลย”

แล้วบ้านก็กลับมาเงียบ

ผมนอนอยู่ใต้เตียงต่ออีกพักใหญ่ ก่อนค่อย ๆ คลานออกมา เงาใต้ประตูหายไปแล้ว แต่ถาดใบเล็กยังวางอยู่ตรงธรณี ขอบถ้วยน้ำโผล่มาให้เห็นจากช่องว่างใต้บานไม้

ภาพนั้นควรทำให้รู้สึกปลอดภัย

ทว่าในหัวผมกลับคิดถึงมือที่ห้อยอยู่ในตู้

ผมดึงเก้าอี้มาขัดลูกบิด จากนั้นเก็บกระดาษทิชชู่ใส่กระเป๋าเสื้อ แม้จะไม่รู้ว่ามันช่วยอะไรได้ แต่การมีหลักฐานสักอย่างอยู่ใกล้ตัวทำให้ผมรู้สึกยังไม่สูญเสียการควบคุมทั้งหมด

เวลา 19.29 น.

ผมเปิดแชตกับโจฮวน รูปบ้านร้างยังอยู่ในนั้น ภาพหน้าต่าง ประตู ตำแหน่งตู้ และพรมตรงโถง ทุกอย่างตรงกับบ้านนี้อย่างน่าหวาดหวั่น

ผมขยายรูปประตูห้องครัว

มีอะไรบางอย่างอยู่บนพื้น เป็นรอยสีเข้มเล็ก ๆ ใกล้ขาตู้ ซึ่งผมจำได้ว่าในครัวของบ้านนี้ไม่มี

ผมซูมอีกครั้ง ภาพแตกเป็นเม็ดสีจนดูไม่ออกว่าคืออะไร

ข้อความใหม่จากโจฮวนปรากฏ

อย่าทำตามสิ่งที่เขียนไว้

ผมไม่เคยบอกเขาว่าอ่านข้อความอะไร

ผมพิมพ์ถาม แกรู้ได้ไงว่ามีข้อความ

มีเครื่องหมายกำลังพิมพ์ขึ้นมาแล้วหายไปหลายครั้ง

ฉันอธิบายได้

ขอให้เปิดสายก่อน

ผมมองประตู มองนาฬิกา แล้วมองข้อความใต้เตียงที่ยังจำได้ทุกตัว

คำเตือนบอกว่าโจฮวนจะห้ามผม

โจฮวนกำลังห้ามผมจริง ๆ

ถ้าเขาโกหก ทำไมต้องช่วยผมมาตั้งแต่แรก แต่ถ้าเขาพูดจริง ทำไมจึงรู้สิ่งที่ไม่ควรรู้

ผมอยากหาคำตอบด้วยการเดินลงไปถามพ่อแม่ตรง ๆ อยากเอารูปบ้านร้างให้ดู อยากถามว่าแม่ตัวจริงอยู่ไหน

แต่เพียงคิดถึงการเห็นดวงตาคู่นั้นอีกครั้ง ขาผมก็หมดแรง

ผมควรเชื่อใคร

บางทีสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในวันนี้อาจไม่ใช่คนในบ้าน ไม่ใช่บ้านที่มีสองสภาพ หรือกระดาษเตือนใต้เตียง

แต่เป็นความคิดที่ว่าผมไม่สามารถเชื่อตัวเองได้อีกแล้ว

จากชั้นล่างมีเสียงหัวเราะของแม่ดังขึ้น

“อย่าใส่เยอะสิ เดี๋ยวลูกกินไม่ได้”

“นิดเดียวเอง” พ่อตอบ

“แกก็พูดอย่างนี้ทุกที”

เสียงพูดคุยต่อเนื่องเป็นธรรมชาติเสียจนผมอยากตะโกนให้หยุด

ผมนึกถึงพ่อกับแม่จริง ๆ นึกถึงใบหน้าที่จำได้ก่อนรถชน แต่ยิ่งพยายามดึงภาพให้ชัด ใบหน้าเหล่านั้นยิ่งลบเลือน เหลือเพียงเสียง

จู่ ๆ ความทรงจำอย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นมา

เสียงผู้ชายกระซิบว่า อยู่ตรงนี้ก่อน

ไม่ใช่เสียงของพ่อที่อยู่ข้างล่าง

มันเก่ากว่านั้น ลึกกว่านั้น

ผมสะดุ้งเมื่อมีเสียงเคาะอีกครั้ง คราวนี้เบามากจนเหมือนปลายนิ้วแตะไม้เพียงครั้งเดียว

“เสี่ยวหลิน” แม่เรียก “แม่ลืมบอกไปเรื่องหนึ่ง”

ผมไม่ตอบ

“เมื่อกี้ลูกทำกระดาษตกใช่ไหมจ๊ะ”

หัวใจผมเหมือนหยุดเต้น

“กระดาษแผ่นเล็ก ๆ น่ะ”

ผมมองกระเป๋าเสื้อที่ซ่อนทิชชู่ไว้

“แม่เก็บให้ได้นะ”

ผมหยุดหายใจ

ไม่มีเสียงฝีเท้าเดินจากไป

เพียงเสียงแม่พูดอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง

“ไม่ต้องกลัวแม่หรอกลูก”

นาฬิกาเปลี่ยนเป็น 19.34 น.

---

เลือกตอนที่ต้องการอ่าน

ทั้งหมด 19 ตอน

ตอนที่ 1บทที่ 1 — แสงที่กลับมาตอนที่ 2บทที่ 2 — คนที่เรียกตัวเองว่าแม่ตอนที่ 3บทที่ 3 — เสียงของพ่อตอนที่ 4บทที่ 4 — หลังประตูบานนั้นตอนที่ 5บทที่ 5 — สายจากปลายทางตอนที่ 6บทที่ 6 — เงียบเกินไปตอนที่ 7บทที่ 7 — บ้านอีกหลังตอนที่ 8บทที่ 8 — ระยะห่างของหนึ่งก้าวตอนที่ 9บทที่ 9 — โต๊ะอาหารตอนที่ 10บทที่ 10 — กลิ่นจากห้องครัวตอนที่ 11บทที่ 11 — เรื่องเล่าเก่า ๆตอนที่ 12บทที่ 12 — รอยหมึกตอนที่ 13บทที่ 13 — เวลาใกล้เข้ามาตอนที่ 14บทที่ 14 — คนที่รออยู่ตอนที่ 15บทที่ 15 — ใต้เตียงตอนที่ 16บทที่ 16 — มือที่ยื่นมาตอนที่ 17บทที่ 17 — ใบหน้าเดิมตอนที่ 18บทที่ 18 — อีกฟากของประตูตอนที่ 19บทที่ 19 — อาหารที่ยังอุ่นอยู่