บทที่ 18 — อีกฟากของประตู
แสงขาวเหนือศีรษะไม่ได้จ้าเหมือนแสงที่ผมเห็นในตอนเช้า
มันนุ่มกว่า และมีกลิ่นน้ำยาทำความสะอาดเจืออยู่ในอากาศ
ผมได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ เสียงขยับเก้าอี้ และใครบางคนเรียกชื่อผมอย่างระวัง
“เสี่ยวหลิน”
ผมลืมตาช้า ๆ
ห้องตรงหน้าไม่ใช่บ้านพักตากอากาศ ไม่มีบันได ไม่มีประตูครัว ไม่มีถ้วยโจ๊กบนโต๊ะ มีเพียงผนังสีอ่อน โคมไฟ และชายสวมแว่นนั่งอยู่ห่างออกไปพอสมควร
เขาไม่ได้มีใบหน้าของโจฮวน
แต่จังหวะการพูดคล้ายกันอย่างประหลาด
“ผมหมอโจวครับ” ชายคนนั้นบอก “ตอนนี้คุณอยู่ในห้องบำบัด ปลอดภัยแล้ว”
ผมมองมือของตัวเอง
ไม่มีรอยหมึก ไม่มีคราบเลือด ไม่มีเศษกระดาษทิชชู่
“สองทุ่มหรือยัง” ผมถาม
หมอโจวเหลือบมองนาฬิกา “เวลาในห้องนี้ไม่ตรงกับเวลาที่คุณรู้สึกว่าอยู่ในบ้านหรอกครับ คุณไม่จำเป็นต้องรีบทำอะไร”
ผมเงียบ
คอแห้งจนกลืนน้ำลายลำบาก
“พ่อกับแม่”
คำสองคำนั้นเจ็บพอจะทำให้ผมไม่สามารถพูดต่อได้
หมอโจวไม่รีบตอบ เขาขยับกล่องกระดาษทิชชู่เข้ามาใกล้ แต่ไม่ยื่นใส่มือเหมือนบังคับให้ผมต้องรับ
“คุณอยากเล่าไหมครับว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น”
ผมส่ายหน้า ก่อนจะพยักหน้า แล้วส่ายหน้าอีกครั้ง
“ผมเห็นเด็กคนหนึ่ง”
“ครับ”
“ผมเอง ตอนอายุสิบสอง”
หมอโจวไม่แสดงความตกใจ
“เขาอยู่ใต้เตียง” ผมพูด “เขารอพ่อ”
เพียงเท่านั้นน้ำตาก็ไหลลงมา ผมพยายามหยุด แต่ยิ่งห้ามมันยิ่งไหล ความรู้สึกไม่เหมือนการร้องไห้เพราะตกใจหรือกลัวในบ้านหลังนั้น มันเหมือนความเหนื่อยล้าที่ผมแบกมาตลอดหลายปีเริ่มมีน้ำหนักจนทนยืนไม่ไหว
“ผมปล่อยเขาไว้คนเดียว” ผมพูด
หมอโจวส่ายหน้าเบา ๆ
“คุณเป็นเด็กคนนั้นนะครับ”
“ผมรู้”
“ในตอนนั้น คุณไม่มีทางรู้เรื่องทั้งหมด”
ผมก้มหน้า
ผมเคยได้ยินคำพูดแบบนี้จากหมอ จากป้า และจากคนที่พยายามปลอบผมมาก่อนนับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้ภาพเด็กที่กอดเข่ารอพ่อยังอยู่ตรงหน้าอย่างคมชัด
“ผมเห็นว่าเขากลัวแค่ไหน” ผมกระซิบ
หมอโจวปล่อยให้ความเงียบอยู่กับเรา
เมื่อผมเริ่มหายใจเป็นจังหวะ เขาจึงพูดต่อ
“คุณจำได้ไหมครับว่าเราเคยคุยกันเรื่องการบำบัดเชิงลึก”
ผมพยักหน้า
“ผมเคยมาหลายครั้ง”
“ครับ”
“ครั้งนี้ครั้งที่ห้าใช่ไหม”
หมอโจวมองผมอย่างตั้งใจ
“ใช่ครับ”
ผมหลับตา
ในบ้านมีข้อความบอกว่าครั้งนี้เป็นลูปที่ห้า
ผมอยากถามว่าหมอเขียนข้อความนั้นหรือเปล่า แต่ก่อนคำถามจะออกมา ผมนึกได้ว่าบ้านทั้งหลังเป็นประสบการณ์ภายในที่ผมเล่าได้ในตอนนี้เท่านั้น
“ผมจำครั้งก่อน ๆ ไม่ได้”
“คุณจำรายละเอียดประสบการณ์ภายในไม่ค่อยได้หลังแต่ละครั้ง” หมอโจวตอบ “แต่เรามีช่วงทบทวน มีบันทึกสิ่งที่คุณเล่า และมีเรื่องที่เราคุยกันในวันต่อ ๆ มา”
ผมมองเขา
“หมอเคยบอกผมเรื่องรอบที่ห้าหรือเปล่า”
“เราคุยกันว่าคุณจะเข้ามาทบทวนอีกครั้งครับ แต่ผมไม่รู้ว่าคุณจะพบข้อความอะไรในประสบการณ์ของคุณ”
คำตอบไม่ได้อธิบายทุกอย่างอย่างมหัศจรรย์ ทว่าอย่างน้อยมันก็เป็นคำตอบที่ยอมรับสิ่งที่ไม่รู้
“โจฮวน” ผมพูด
หมอโจวเงียบไปเล็กน้อย
“คนที่ผมคุยด้วยในบ้าน เขาพูดคล้ายหมอ”
“ชื่อที่คุณใช้เรียกเขาเป็นชื่อในเรื่องที่คุณประสบครับ” หมอโจวตอบ “ผมไม่ได้อยู่ในบ้านนั้นเพื่อโทรหาคุณจริง ๆ เราอาจลองทำความเข้าใจด้วยกันภายหลังว่าคุณนำส่วนไหนจากประสบการณ์กับผมไปประกอบเป็นเขา”
ผมพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว
“ผมอยากรู้ว่าคืนเกิดเหตุจริง ๆ เป็นยังไง”
“เรามีข้อมูลจากการสอบสวน และสิ่งที่ญาติคุณยืนยันไว้” หมอโจวกล่าว “แต่ส่วนที่คุณเห็นในประสบการณ์เมื่อครู่ ไม่จำเป็นต้องเป็นภาพบันทึกเหตุการณ์จริงทั้งหมด เราควรแยกสองส่วนนี้ออกจากกัน”
ผมมองพื้น
เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องจำทุกอย่างให้ถูกต้องเพื่อให้ความเจ็บปวดนั้นมีความหมาย
“แล้วครั้งนี้ผมดีขึ้นหรือยัง”
หมอโจวไม่ยิ้มแบบคนที่มีข่าวดีสำเร็จรูป
“วันนี้คุณพูดถึงเด็กคนนั้นต่างจากที่เคยพูดครับ”
“ยังไง”
“ก่อนหน้านี้คุณมักถามว่าทำไมเขาไม่ช่วยพ่อ”
ผมหายใจเข้าเงียบ ๆ
“วันนี้คุณบอกผมว่าเขากลัวแค่ไหน”
ผมร้องไห้อีกครั้ง
หมอโจวปล่อยให้ผมร้อง โดยไม่บอกว่าทุกอย่างจบลงแล้ว
และผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าทุกอย่างจบลงแล้วจริง ๆ
เพียงรู้ว่าบางอย่างเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เล็กน้อยจนถ้าไม่มีใครถาม ผมอาจยังหาคำอธิบายไม่เจอ
---