NOVEL READER
เก็บคัมภีร์เวทมนตร์ได้ เลยกลายเป็นจอมเวทซะงั้น

I Picked Up a Grimoire and Became a Wizard

บทที่ 10 — บูกี้ บูกี้ บูกี้ (2)

สรุปสิ่งที่ชอลมินพูดก็คือ จิตรกรเศรษฐีชื่อสมิธกำลังมีปัญหาที่บ้านซึ่งเขาอาศัยอยู่กับหลานสาว และอยากให้ผมใช้พลังพุทธคุณอันบริสุทธิ์อะไรสักอย่างช่วยจัดการให้

ผมเผลอหรี่ตาลงข้างหนึ่ง

‘หมอนี่ไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือไงวะ พลังพุทธคุณมันคืออะไรอีกล่ะ’

ไม่รู้ว่าเขาเอาเรื่องของผมไปแต่งเติมเล่าให้ตาแก่สมิธฟังถึงไหนแล้ว

ดูเหมือนว่าถ้าผมแก้ปัญหาให้หลานสาวเขาได้ ก็จะมีเงินตอบแทนให้เป็นสินน้ำใจ แต่...

จะให้ผมเต็มใจเดินเข้าไปในคฤหาสน์ชวนขนลุกเพื่อเงินเนี่ยนะ นี่มันฉากเปิดหนังสยองขวัญชัด ๆ

อีกอย่าง คนรวยระดับนั้นคงลองสารพัดวิธีมาแล้ว ถ้าลองจนหมดหนทางถึงขั้นต้องมาหาผม ปัญหานี้คงไม่ธรรมดาแน่ ๆ อาจเกินกำลังที่ผมมีตอนนี้ด้วยซ้ำ

กฎข้อแรกและสำคัญที่สุดของการหลีกเลี่ยงอันตราย ก็คืออย่าเดินเข้าไปในที่อันตรายตั้งแต่แรก

แค่ใช้ชีวิตหายใจอยู่เฉย ๆ บนโลกนี้ก็มีสิทธิ์ซวยได้แล้ว ผมจำเป็นต้องคลานเข้าไปหาความซวยเองด้วยหรือไง

ผมจึงเลือกคำปฏิเสธที่สุภาพพอเหมาะไว้ในใจ

‘ขอบคุณที่ให้เกียรตินะครับ แต่ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการไล่ผี เพื่อคุณสมิธกับหลานสาว ผมคิดว่าควรให้ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงดูแลเรื่องนี้ดีกว่า’

“คุณโยฮัน เขาเสนอสามสิบล้านวอนเลยนะครับ! สามสิบล้าน!”

เงินมากขนาดนั้นทำให้ผมพูดคำปฏิเสธเมื่อกี้ไม่ออกเลย อย่างน้อยก็มากสำหรับมาตรฐานของผมละนะ

ถ้ามีเงินขนาดนั้น ผมคงเลิกทำงานพิเศษแล้วทุ่มเวลาเรียนเวทมนตร์ได้เต็มที่

ชั่ววูบหนึ่ง ผมนึกภาพตัวเองเอาปึกธนบัตรไปฟาดหน้าเจ้าของคาเฟ่หนังสือการ์ตูน แต่เราก็ไม่ได้ผิดใจกันสักหน่อย เลยล้มเลิกความคิด

“...เข้าใจแล้วครับ นับเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงจริง ๆ”

ผมพูดด้วยน้ำเสียงสุขุมแบบผู้เชี่ยวชาญที่เคยเห็นในหนัง

“ผมไม่รู้ว่าจะช่วยคุณสมิธได้หรือเปล่า แต่จะให้ยืนดูความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาก็คงไม่ได้”

คิมโยฮัน บุรุษผู้ไม่อาจทนเห็นความอยุติธรรม

ปัจจุบันมีส่วนพัวพันกับเหตุการณ์ที่ทำให้คนตายไปสองศพ กำลังปกปิดเรื่องนั้นอยู่ และยืนยันเป็นการส่วนตัวว่าทั้งสองกรณีเป็นอุบัติเหตุ

เอาเถอะ พอวางสาย ผมก็นั่งคิดอยู่บนเก้าอี้พักใหญ่ นิ้วเคาะปกเหล็กของคัมภีร์ไปด้วย

สิ่งสำคัญอันดับหนึ่งสำหรับผมคือชีวิตตัวเองเสมอ

สมิธจะตายหรือหลานสาวเขาจะตายก็ไม่ใช่เรื่องของผม

ถ้ารู้สึกว่าชีวิตตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย ผมจะเรียกกริซลีย์ออกมาแล้วเผ่นทันที ต่อให้ต้องเปิดเผยตัวตนของมันก็ตาม

ถ้าต้องมาตายเพราะมัวแต่เก็บมันไว้ไม่ใช้ก็คงโง่เต็มที

แน่นอนว่าต้องคำนึงด้วยว่าสมิธเป็นคนรวย แต่...

สามสิบล้านวอน ไล่ผีสำเร็จครั้งเดียวก็ได้เงินมากขนาดนั้นเลยเหรอ

ถ้างั้นเป็นจอมเวทแล้วไม่รับงานไล่ผีเสริมก็คงเสียของแย่

‘เพื่อนเอ๋ย ตบผี รับเงิน’ ก็ประมาณนั้นแหละ

ผมรู้ว่ามีความเสี่ยง แต่โอกาสดีขนาดนี้จะปล่อยผ่านก็น่าเสียดายเกินไป

“...ฮ่า!”

ผมหลุดหัวเราะอย่างเหลือเชื่อ สุดท้ายตัวเองก็กลายเป็นตัวละครตามสูตรสำเร็จหนังสยองขวัญจนได้

ผมหัวเราะกับตัวเองอย่างอารมณ์ดีแล้วลุกขึ้น หยิบเนื้อกับนมออกจากตู้เย็นเพื่อเตรียมอาหารให้กริซลีย์

“กินให้อิ่มนะ กริซลีย์ เราต้องไปทำงานต่างถิ่นกันแล้ว”

“กี๊ยาา”

ผมเก็บเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนใส่กระเป๋าเป้ใบใหญ่ แล้วจัดอุปกรณ์เวทมนตร์ลงไปอย่างระมัดระวัง ทั้งคัมภีร์ ที่ประพรมน้ำมนต์ ภาชนะใส่น้ำมนต์ และเสื้อโค้ตสีขาว

ถุงเครื่องหอมมีขนาดเล็ก เอาติดตัวไว้ดีกว่า

ผมยังเอาเนื้อกับนมใส่กระติกเก็บความเย็นไปด้วย เผื่อเป็นของกินเล่นบำรุงกำลังกริซลีย์

ไม่อย่างนั้นเกิดต้องไปหาเนื้อเอาหน้างานขึ้นมาละก็...

เอาเป็นว่าเตรียมตัวออกเดินทางเรียบร้อย


หลังเปลี่ยนรถเมล์หลายต่อและคอยเช็กที่อยู่ที่ส่งมาให้ในโทรศัพท์ ผมก็มาถึงตีนเขาตรงทางเข้าถนนขึ้นเขา มีคนขับรถรออยู่แล้ว

“คุณคิมโยฮันใช่ไหมครับ”

“ครับ ผมคิมโยฮันเอง แต่ไม่ต้องให้เกียรติผมขนาดนั้นก็ได้ครับ”

ผมขึ้นรถแล้วมองทิวไม้เขียวขจีที่ทอดยาวไปทุกทิศทาง ขณะที่รถแล่นขึ้นไปตามถนนบนเขา

อากาศดี ๆ ก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้าฝนตกหนักหรือหิมะลงคงต้องระวังกันหน่อย

เขาบอกว่าอยู่ที่นี่เพื่อสุขภาพของหลานสาวสินะ... บ้านอยู่ห่างไกลผู้คนพอดู

ผมไม่ได้รู้จักสมิธมากนักเพราะไม่สนใจศิลปะ แต่พอลองค้นข้อมูลระหว่างนั่งรถเมล์มาก็พบว่าเขาเป็นบุคคลใหญ่โตกว่าที่คิดเสียอีก

ผ่านไปพักหนึ่งรถก็หยุด ผมลงมายืนมองคฤหาสน์เก่าแบบตะวันตกที่ดูหรูหราและสง่างาม มีสวนสวยรายล้อม

นี่สินะบ้านของจิตรกรที่ขายภาพวาดได้ถึงสามพันล้านวอน สุดยอดไปเลย

จู่ ๆ ก็นึกถึงข้อความตอนหนึ่งจาก ‘เจ้าชายน้อย’ ขึ้นมาได้ เนื้อหาประมาณว่า...

ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจหรอกถ้าเราบอกว่าบ้านหลังหนึ่งเป็นบ้านอิฐที่สวยงาม แต่พอบอกว่าบ้านหลังนั้นราคาแพงเท่านั้นแหละ ทุกคนก็ร้องว้าว

ผมรู้สึกภูมิใจในตัวเองที่เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีถึงเพียงนี้

พอเข้าไปในคฤหาสน์ แม่บ้านที่ดูอายุราวยี่สิบต้น ๆ ถึงกลาง ๆ ก็ออกมาต้อนรับ

“ยะ... ยินดีต้อนรับค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ”

เธอพาผมเข้าไปในห้องที่ดูเหมือนห้องรับรอง เต็มไปด้วยโซฟาและเก้าอี้ แขกคนอื่นที่มาถึงก่อนต่างหันมามองผม

ผมเองก็ค่อย ๆ กวาดตามองพวกเขากลับ มีแขกคนอื่นอีกสี่คน เป็นชายสองหญิงสอง

ชายวัยกลางคนที่ห้อยไม้กางเขนไว้ตรงคอหันมามองผมแล้วจิ๊ปากทันที

“กระติกเก็บความเย็นงั้นเรอะ นึกว่ามาเที่ยวพักผ่อนหรือไง จิ๊ ๆ”

อยู่ดี ๆ จะหาเรื่องกันทำไมวะ ผมสงสัย แต่ก็... ช่างมันเถอะ

ดูเหมือนคุณสมิธไม่ได้เชิญแค่ผมคนเดียว แต่ตามคนจากสายงานไล่ผีหลากหลายแขนงมาไว้ที่นี่

พูดอีกอย่าง ชายคนนั้นคงมองว่าผมเป็นคู่แข่งแย่งเงินสามสิบล้านวอน

ได้เลย ผมก็ไม่ได้คิดจะถอยอยู่แล้ว เอาสิ

ชายวัยกลางคนที่ห้อยไม้กางเขน หญิงแต่งตาจัด ชายหนุ่มแต่งตัวดีแต่สีหน้าไม่สบอารมณ์...

แล้วก็แม่ชีสาวคนหนึ่ง แม่ชีงั้นเหรอ

เธอเป็นแม่ชีจริง ๆ หรือเปล่านะ

ผมหรี่ตาลงชั่วครู่ เธอไม่ได้สวมผ้าคลุมศีรษะ แต่ชุดที่ใส่เป็นชุดแม่ชี

ผมสีดำยาวสลวย ผิวขาวราวหิมะ ใบหน้างดงามดูอ่อนเยาว์แต่ก็อ่อนโยน เธอนั่งหลังตรงเรียบร้อยไม่มีที่ติ

แม่ชีสาวคงรู้สึกถึงสายตาของผม จึงโน้มตัวลงเล็กน้อยเป็นการทักทายอย่างสุภาพ

ผมมองเพราะรู้สึกว่าเธอมีอะไรแปลกไปเท่านั้น ไม่ได้มีเหตุผลต้องเข้าไปชวนคุย จึงก้มศีรษะตอบนิดหนึ่งแล้วหาที่นั่งเหมาะ ๆ

หลังจากนั้นไม่นาน คุณสมิธเจ้าของคฤหาสน์ก็ปรากฏตัวในห้องรับรอง ดูเหมือนผมจะเป็นแขกที่ถูกเชิญมาคนสุดท้าย

“ขอบคุณทุกท่านที่ยอมมาตามคำขอของผม เอมิลี มาทางนี้สิลูก”

เด็กหญิงผมบลอนด์ผิวซีดขาวเดินตามหลังเขาเข้ามา โดยมีแม่บ้านคอยประคอง

“ค่ะ... คุณปู่...”

เธอคือเอมิลี สมิธพาหลานสาวเดินทักทายแขกทีละคน

“บาทหลวงจูวอน ขอบคุณที่มานะครับ”

ชายวัยกลางคนที่ห้อยไม้กางเขนชื่อบาทหลวงโกจูวอน เขาพูดด้วยสีหน้าเศร้าสลด

“ทำไมคนดีอย่างคุณสมิธถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย... คุณน่าจะบอกผมให้เร็วกว่านี้ วันหลังพาหลานสาวมาที่โบสถ์ของเราบ้างนะครับ ผมจะช่วยตรวจดูให้ละเอียดขึ้น”

“...ขอบคุณค่ะ บาทหลวง”

เอมิลีตอบเสียงแผ่ว คนต่อไปคือหญิงที่แต่งตาจัด เธอเป็นหมอผีชื่อพัคมินฮี

“เด็กคนนี้มีพลังหยินสะสมอยู่เต็มตัว อาการอันตรายมากแล้วค่ะ”

ผมมองใบหน้าซีดเซียวของเอมิลีแล้วคิดว่าเรื่องแค่นี้ผมก็ดูออกเหมือนกัน

ชายหนุ่มแต่งกายดีที่มีสีหน้าไม่ค่อยพอใจพูดขึ้น เขาคือคิมซูฮยอน ลูกศิษย์ของสมิธ

“อาจารย์ครับ ทำไมถึงต้องพึ่งเรื่องไร้เหตุผลแบบนี้... ช่างเถอะครับ ผมแค่เป็นห่วงว่าสุขภาพของเอมิลีอาจจะแย่ลงไปอีก”

“...ขอบใจที่มานะ แค่มีคนอยู่เพิ่มอีกสักคนฉันก็อุ่นใจแล้ว ขอบใจที่เป็นห่วงเอมิลี”

พอเดินมาถึงแม่ชี สีหน้าของสมิธก็เปลี่ยนเป็นเอ็นดูอย่างจริงใจ ต่างจากท่าทีตามมารยาทที่มีต่อคนก่อน ๆ น้ำเสียงทุกข์ระทมของเขาสดใสขึ้นเล็กน้อย

“เอลลี่ ขอบใจมากจริง ๆ ที่มา เธอคงช่วยให้เอมิลีสบายใจขึ้นได้มาก”

“ไม่เป็นไรเลยค่ะ ดูเหมือนคุณพ่อของฉันจะมาไม่ได้ อย่างน้อยฉันก็อยากมาด้วยตัวเอง ต้องขอโทษด้วยนะคะ”

ดูท่าเธอจะรู้จักครอบครัวสมิธอยู่ก่อนแล้วจากความสัมพันธ์บางอย่าง

แล้วก็ถึงตาผม

“คุณโยฮัน ขอบคุณมากที่มาทั้งที่ติดต่อไปอย่างกะทันหัน”

“ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะช่วยได้แค่ไหน แต่จะพยายามอย่างเต็มที่...”

ขณะที่ผมยื่นมือไปจะจับมือคุณสมิธ จู่ ๆ เอมิลีที่ยืนอยู่ข้างเขาก็เริ่มขย้อน

“...อึก! แค่ก! อ๊อก!”

เธอรีบเอามือปิดปากกับจมูก แล้วโซเซถอยห่างจากผม

“อึก... ขะ... ขอโทษค่ะ กลิ่นมันแรงมาก... อ๊อก!”

ยัยเด็กเวรนี่เป็นอะไรของเธอ เจอกันครั้งแรกก็เสียมารยาทกันขนาดนี้เลยเรอะ

ล้อเล่นน่ะ ผมเองก็งุนงง จึงมองสำรวจเอมิลีเงียบ ๆ

‘กลิ่นงั้นเหรอ’

เอมิลีรีบออกจากห้องรับรองโดยมีแม่บ้านประคอง คนอื่นที่เมื่อครู่ยังนั่งข้างผมอยู่ดี ๆ ก็ขยับหนีไปห่าง ๆ

“...”

สมิธคงเป็นห่วงเอมิลีจึงรีบจบการทักทายแล้วออกไป

“...ทุกท่านคงเหนื่อยจากการเดินทาง เราเตรียมอาหารไว้แล้ว เชิญไปที่ห้องรับประทานอาหารได้เลยครับ”

ผมยกแขนขึ้นมาดมตัวเอง ระหว่างนั่งรถเมล์อาจมีเหงื่อออกบ้าง แต่คงไม่ถึงขั้นตัวเหม็นจนใครได้กลิ่นแล้วจะอ้วกหรอก

จากนั้นผมก็แอบเหลือบไปด้านข้าง

แม่ชีสาวแปลก ๆ ที่ไม่ได้สวมผ้าคลุมหัวคนนั้น เอลลี่ เดินเข้ามาข้างผม เธอเอียงคอแล้วขยับจมูกฟุดฟิดเหมือนกำลังดมอะไรบางอย่าง

“หืม อืมม... หืม”

พอรู้ตัวว่าผมมองอยู่ เธอก็รีบพูดอย่างร้อนรน

“อ๊ะ! คะ... คือเธอบอกว่ามีกลิ่น แต่ฉันไม่คิดว่าคุณมีกลิ่นไม่ดีเลยนะคะ ออกจะคล้ายกลิ่นเครื่องหอมเสียมากกว่า ฉันว่าหอมดีค่ะ”

ผมหรี่ตาลง

‘เครื่องหอม... งั้นเหรอ’

อย่างน้อยจมูกผมก็ไม่ได้มีปัญหาจริง ๆ

“ขอบคุณครับ”

ผมตอบสั้น ๆ ก่อนเดินออกจากห้องรับรองตามสมิธกับคนอื่น ๆ ไป

เลือกตอนที่ต้องการอ่าน

ทั้งหมด 55 ตอน

ตอนที่ 1บทที่ 1 — มาฝึกเป็นจอมเวทกันเถอะ (1)ตอนที่ 2บทที่ 2 — มาฝึกเป็นจอมเวทกันเถอะ (2)ตอนที่ 3บทที่ 3 — มาฝึกเป็นจอมเวทกันเถอะ (3)ตอนที่ 4บทที่ 4 — มาเรียนเวทมนตร์กันเถอะ (1)ตอนที่ 5บทที่ 5 — มาเรียนเวทมนตร์กันเถอะ (2)ตอนที่ 6บทที่ 6 — มาเรียนเวทมนตร์กันเถอะ (3)ตอนที่ 7บทที่ 7 — มาเรียนเวทมนตร์กันเถอะ (4)ตอนที่ 8บทที่ 8 — มาเรียนเวทมนตร์กันเถอะ (5)ตอนที่ 9บทที่ 9 — บูกี้ บูกี้ บูกี้ (1)ตอนที่ 10บทที่ 10 — บูกี้ บูกี้ บูกี้ (2)ตอนที่ 11บทที่ 11 — บูกี้ บูกี้ บูกี้ (3)ตอนที่ 12บทที่ 12 — บูกี้ บูกี้ บูกี้ (4)ตอนที่ 13บทที่ 13 — บูกี้ บูกี้ บูกี้ (5)ตอนที่ 14บทที่ 14 — บูกี้ บูกี้ บูกี้ (6)ตอนที่ 15บทที่ 15 — เก็บกวาด (1)ตอนที่ 16บทที่ 16 — เก็บกวาด (2)ตอนที่ 17บทที่ 17 — โกสต์บัสเตอร์ (1)ตอนที่ 18บทที่ 18 — โกสต์บัสเตอร์ (2)ตอนที่ 19บทที่ 19 — โกสต์บัสเตอร์ (3)ตอนที่ 20บทที่ 20 — โกสต์บัสเตอร์ (4)ตอนที่ 21บทที่ 21 — โกสต์บัสเตอร์ (5)ตอนที่ 22บทที่ 22 — โกสต์บัสเตอร์ (6)ตอนที่ 23บทที่ 23 — โกสต์บัสเตอร์ (7)ตอนที่ 24บทที่ 24 — โกสต์บัสเตอร์ (8)ตอนที่ 25บทที่ 25 — โกสต์บัสเตอร์ (9)ตอนที่ 26บทที่ 26 — โกสต์บัสเตอร์ (10)ตอนที่ 27บทที่ 27 — โกสต์บัสเตอร์ (11)ตอนที่ 28บทที่ 28 — โกสต์บัสเตอร์ (12)ตอนที่ 29บทที่ 29 — เจ้าแห่งคัมภีร์เวทมนตร์ (1)ตอนที่ 30บทที่ 30 — เจ้าแห่งคัมภีร์เวทมนตร์ (2)ตอนที่ 31บทที่ 31 — เจ้าแห่งคัมภีร์เวทมนตร์ (3)ตอนที่ 32บทที่ 32 — เจ้าแห่งคัมภีร์เวทมนตร์ (4)ตอนที่ 33บทที่ 33 — วันหยุดสุดพิสดารของโยฮัน (1)ตอนที่ 34บทที่ 34 — วันหยุดสุดพิสดารของโยฮัน (2)ตอนที่ 35บทที่ 35 — วันหยุดสุดพิสดารของโยฮัน (3)ตอนที่ 36บทที่ 36 — วันหยุดสุดพิสดารของโยฮัน (4)ตอนที่ 37บทที่ 37 — วันหยุดสุดพิสดารของโยฮัน (5)ตอนที่ 38บทที่ 38 — วันหยุดสุดพิสดารของโยฮัน (6)ตอนที่ 39บทที่ 39 — วันหยุดสุดพิสดารของโยฮัน (7)ตอนที่ 40บทที่ 40 — วันหยุดสุดพิสดารของโยฮัน (8)ตอนที่ 41บทที่ 41 — แค่วันหยุดพักผ่อน (1)ตอนที่ 42บทที่ 42 — แค่วันหยุดพักผ่อน (2)ตอนที่ 43บทที่ 43 — แค่วันหยุดพักผ่อน (3)ตอนที่ 44บทที่ 44 — เมฟิสโตเฟเลส (1)ตอนที่ 45บทที่ 45 — เมฟิสโตเฟเลส (2)ตอนที่ 46บทที่ 46 — เมฟิสโตเฟเลส (3)ตอนที่ 47บทที่ 47 — เมฟิสโตเฟเลส (4)ตอนที่ 48บทที่ 48 — เมฟิสโตเฟเลส (5)ตอนที่ 49บทที่ 49 — บัดนี้ ผู้ใดเห็นสิ่งนี้... (1)ตอนที่ 50บทที่ 50 — บัดนี้ ผู้ใดเห็นสิ่งนี้... (2)ตอนที่ 51บทที่ 51 — บัดนี้ ผู้ใดเห็นสิ่งนี้... (3)ตอนที่ 52บทที่ 52 — บัดนี้ ผู้ใดเห็นสิ่งนี้... (4)ตอนที่ 53บทที่ 53 — บัดนี้ ผู้ใดเห็นสิ่งนี้... (5)ตอนที่ 54บทที่ 54 — บัดนี้ ผู้ใดเห็นสิ่งนี้... (6)ตอนที่ 55บทที่ 55 — บัดนี้ ผู้ใดเห็นสิ่งนี้... (7)